Thursday, February 18, 2021

เปิดมาตรฐานโรงหนัง ลดเสี่ยงโควิด-19

 

เปิดมาตรฐานโรงหนัง ลดเสี่ยงโควิด-19 thaihealth

เเฟ้มภาพ

สธ.เปิดมาตรฐานโรงหนัง นั่งห่างๆ ห้ามรับประทานเครื่องดื่ม-ป๊อบคอร์น

เมื่อวันที่ 29 พ.ค. ที่กระทรวงสาธารณสุข พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย กล่าวถึงารผ่อนปรนกิจการและกิจกรรมในเฟส 3 กรณีโรงภาพยนตร์ ว่า ขณะนี้ได้มีการซักซ้อมความพร้อมของการเปิดชมภาพยนตร์แล้ว นอกจากการทำความสะอาดหลังจบการฉายภาพภาพยนตร์แต่ละรอบแล้ว ยังกำหนดที่นั่งติดกันได้มากสุดแค่ 2 คน จากนั้นเว้นระยะห่าง 3 ที่นั่ง เพื่อให้ได้ระยะห่างที่เหมาะสม 1-2 เมตร และแต่ละแถวที่นั่งต้องนั่งเยื้องสลับกัน เพื่อให้เกิดความห่างไม่ใกล้ชิด เนื่องจากเวลาในการชมภาพยนตร์ในเวลาไม่ต่ำกว่า 2-3 ชั่วโมง

ส่วนเรื่องอุณหภูมิภายในโรงภาพยนตร์ ตามปกติก็มีระบบระบายอากาศอยู่แล้ว เป็นการดึงอากาศบริสุทธิ์ภายนอกเข้ามา อย่างไรก็ตาม ต้องมีการตรวจสอบให้ได้ค่าตามมาตรฐานต่อไป

“สิ่งสำคัญในระหว่างการชมภาพยนตร์ที่ต้องขอความร่วมมือเด็ดขาดคือการห้ามรับประทานน้ำดื่มและป๊อปคอร์นโดยเด็ดขาด เนื่องจากต้องถอดหน้ากากอนามัยและอาจสัมผัสใบหน้า ละอองฝอยน้ำลายอาจกระเด็นออกมาได้ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรค หากจะมีการขายเครื่องดื่มและอาหารร้านโรงภาพยนตร์ต้องจัดที่ทางให้เหมือนกันร้านอาหารภายนอกที่มีฉากกั้น ระหว่างการรับประทาน” พญ.พรรณพิมล กล่าว

โควิดกลับมาคราวนี้หนักหนาเอาเรื่อง แต่เชื่อว่า ถ้าคนไทยร่วมมือกันเหมือนครั้งที่ผ่านมา เราทุกคนจะผ่านไปด้วยกันได้

 การระบาดของของโควิด-19 ในรอบใหม่นี้ เราเชื่อว่าพวกเราทุกคนต้องผ่านไปด้วยดีถ้าเราร่วมมือและช่วยกัน

ผู้ประกอบการที่จ้างแรงงานต่างด้าว ควรให้ความรู้ด้านต่าง ๆ เกี่ยวกับโควิด สำหรับแรงงานต่างด้าว ไม่ว่าจะเป็นวิธีการป้องกันและดูแลตัวเอง ข้อปฏิบัติต่าง ๆ สิทธิทางกฎหมาย รวมทั้งข้อมูลสถานที่ที่จะให้คำปรึกษาและความช่วยเหลือแก่แรงงานต่างด้าว เพราะพวกเขาคือกำลังสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจของคนไทยเดินหน้า จึงควรดูแลพวกเขาอย่างใส่ใจ สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักบริหารแรงงานต่างด้าว

โควิดกลับมาคราวนี้หนักหนาเอาเรื่อง แต่เชื่อว่า ถ้าคนไทยร่วมมือกันเหมือนครั้งที่ผ่านมา  เราทุกคนจะผ่านไปด้วยกันได้ thaihealth

อาหารทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น เนื้อสัตว์หรืออาหารทะเล ควรปรุงให้ร้อนและสุก เพราะจะช่วยป้องกันโรคต่าง ๆ เช่น โรคอุจจาระร่วง โรคอาหารเป็นพิษ โรคแอนแทรกซ์ รวมไปถึงเชื้อโควิด-19 อีกด้วย

โควิดกลับมาคราวนี้หนักหนาเอาเรื่อง แต่เชื่อว่า ถ้าคนไทยร่วมมือกันเหมือนครั้งที่ผ่านมา  เราทุกคนจะผ่านไปด้วยกันได้ thaihealth

ช่วงการแพร่ระบาด ถ้าเป็นไปได้ควรอยู่บ้าน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงอย่างเด็กและผู้สูงอายุ อย่างไรก็ตามเมื่อจำเป็นต้องออกมาข้างนอก ต้องสวมหน้ากากไว้ตลอด และไม่อยู่ใกล้ชิดกันเกินไป เว้นระยะห่างกัน 1-2 เมตร หลีกเลี่ยงการสังสรรค์ เพราะเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อในกลุ่มใหญ่

โควิดกลับมาคราวนี้หนักหนาเอาเรื่อง แต่เชื่อว่า ถ้าคนไทยร่วมมือกันเหมือนครั้งที่ผ่านมา  เราทุกคนจะผ่านไปด้วยกันได้ thaihealth

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 มีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างเร็ว การติดตามข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ จะช่วยป้องกันไม่ให้เราเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงโดยไม่รู้ตัว หรือหากจำเป็นต้องไป จะได้ปฏิบัติตัวอย่างเหมาะสม

โควิดกลับมาคราวนี้หนักหนาเอาเรื่อง แต่เชื่อว่า ถ้าคนไทยร่วมมือกันเหมือนครั้งที่ผ่านมา  เราทุกคนจะผ่านไปด้วยกันได้ thaihealth

การให้ข้อมูลอย่างละเอียดและถูกต้องแก่บุคลากรทางการแพทย์เป็นสิ่งสำคัญต่อกระบวนการรักษา และการป้องกันการแพร่เชื้อไม่ให้ไปสู่คนใกล้ชิดอีกด้วย ที่ผ่านมามีหลายกรณีที่มีการปกปิดข้อมูล จนทำให้มีการรักษาล่าช้า จนเกิดการระบาดในวงกว้าง

โควิดกลับมาคราวนี้หนักหนาเอาเรื่อง แต่เชื่อว่า ถ้าคนไทยร่วมมือกันเหมือนครั้งที่ผ่านมา  เราทุกคนจะผ่านไปด้วยกันได้ thaihealth

ไม่ว่าไปไหน ควรสแกนไทยชนและหมอชนะตามจุดที่กำหนด เพราะจะช่วยให้กรมควบคุมโรคสามารถสอบสวนโรคได้อย่างรวดเร็ว ป้องกันความเสียหายที่รุนแรงได้ ซึ่งมาตรการนี้มีใช้ในหลายประเทศเช่นกัน

โควิดกลับมาคราวนี้หนักหนาเอาเรื่อง แต่เชื่อว่า ถ้าคนไทยร่วมมือกันเหมือนครั้งที่ผ่านมา  เราทุกคนจะผ่านไปด้วยกันได้ thaihealth

เด็ก ๆ เป็นอีกหนึ่งกลุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อ เพราะเด็กมักไม่ค่อยระมัดระวังตัวเอง ผู้ปกครองจึงควรให้ความรู้ที่ช่วยให้เด็ก ๆ รู้จักป้องกันตัวเอง เช่น วิธีล้างมืออย่างถูกต้อง ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับโควิด นอกจากนี้การพูดคุยสอบถามความรู้สึกเด็ก ๆ ในบ้านอยู่เสมอ ก็ช่วยไม่ให้พวกเขาเกิดความเครียดจากสถานการณ์ที่เป็นอยู่ได้

โควิดกลับมาคราวนี้หนักหนาเอาเรื่อง แต่เชื่อว่า ถ้าคนไทยร่วมมือกันเหมือนครั้งที่ผ่านมา  เราทุกคนจะผ่านไปด้วยกันได้ thaihealth

ไม่อยากให้ลูกติดโควิดแบบนี้ พ่อแม่ต้องเพิ่มความระวังอะไรบ้าง

 เวลาคุณพ่อคุณแม่ออกไปทำงาน มีความเป็นไปได้ที่เชื้อโรคต่าง ๆ อาจติดมาตามเสื้อผ้า และร่างกาย ดังนั้นเมื่อกลับถึงบ้านคุณพ่อคุณแม่ควรรีบไปล้างมือ ล้างหน้า เปลี่ยนเสื้อผ้า หรือทางที่ดีควรอาบน้ำก่อนไปสัมผัสใกล้ชิดลูก เพื่อป้องกันการนำเชื้อโรคไปติดลูก

ไม่อยากให้ลูกติดโควิดแบบนี้ พ่อแม่ต้องเพิ่มความระวังอะไรบ้าง thaihealth

เนื่องจากเชื้อโควิด-19 สามารถแพร่เชื้อผ่านละอองฝอยของน้ำมูก น้ำลาย ดังนั้นเวลาที่พ่อแม่เป่าอาหารให้ลูก จึงมีความเสี่ยงที่เชื้อโรคต่าง ๆ จะปนเปื้อนในอาหารของลูก ทางที่ดีควรรอให้อาหารร้อนน้อยลง ก่อนที่จะป้อนให้ลูกกิน

ไม่อยากให้ลูกติดโควิดแบบนี้ พ่อแม่ต้องเพิ่มความระวังอะไรบ้าง thaihealth

เวลากินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตาเป็นช่วงเวลาสุขสันต์ของครอบครัว บางครั้งคุณพ่อ คุณแม่อาจเผลอใช้ช้อนส้อมตักอาหารให้กัน ซึ่งการทำเช่นนี้เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรคต่าง ๆ ให้กัน ดังนั้นควรใช้ช้อนกลาง นอกจากเพื่อสุขอนามัย ยังเป็นการสอนนิสัยที่ดีให้แก่ลูกอีกด้วย

ไม่อยากให้ลูกติดโควิดแบบนี้ พ่อแม่ต้องเพิ่มความระวังอะไรบ้าง thaihealth

เด็ก ๆ มักไม่ค่อยระวังตัวเอง หยิบจับสิ่งต่าง ๆ มาเล่นแล้ว มักใช้มือมาสัมผัสใบหน้า ซึ่งเป็นพฤติกรรมเสี่ยงต่อการรับเชื้อ ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรหมั่นทำความสะอาดของเล่นให้ลูก

ไม่อยากให้ลูกติดโควิดแบบนี้ พ่อแม่ต้องเพิ่มความระวังอะไรบ้าง thaihealth

ดูแลบ้าน สะอาด ปลอดภัย ห่างไกลโควิด-19

 

ดูแลบ้าน สะอาด ปลอดภัย ห่างไกลโควิด-19 thaihealth

คู่มือ "ชีวิตวิถีใหม่ ชีวิตดีเริ่มที่เรา" แนะนำการเตรียมพร้อมบ้านให้เหมาะกับวิถีชีวิตใหม่ ถือเป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อให้บ้านเป็นสถานที่ปลอดภัย ปลอดเชื้อ ทุกคนในครอบครัวมีความสุข ปลอดภัยจากโควิด จุดที่ต้องทำความสะอาดสม่ำเสมอ

ทุกครอบครัวมีการทำความสะอาดบ้านเป็นประจำอยู่แล้ว แต่อาจละเลยจุดสำคัญบางอย่างที่สมาชิกในครอบครัวสัมผัสบ่อยๆ ซึ่งจะกลายเป็นจุดสะสมเชื้อโรค จึงควรหมั่นทำความสะอาดสิ่งเหล่านี้ด้วย

ห้องครัว 1.เคาน์เตอร์เตรียมอาหาร 2.เขียง 3.เตาปรุงอาหาร ห้องน้ำ 1.ก๊อกน้ำ อ่างล้างหน้า 2.ราวจับ 3.สายชำระ 4.สวิตช์ไฟ 5.ฝาชักโครก 6.ถังขยะ

โต๊ะทำงาน 1.คีย์บอร์ด 2.เมาส์ ห้องนอน 1.ผ้าปูที่นอน 2.ปลอกหมอน บริเวณทั่วไป 1.พัดลม 2.แอร์ 3.เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ 4.ชั้นวางรองเท้า 5.ราวบันได 6.ลูกบิดประตู 7.กลอนเปิด-ปิดประตู 8.ตู้- ลิ้นชัก 9.โต๊ะ เก้าอี้ โซฟา

แหล่งสะสมเชื้อที่ถูกมองข้าม

1.ชั้นวางรองเท้า เมื่อใส่รองเท้าเหยียบย่ำไปตามสถานที่ต่างๆ พื้นรองเท้าจึงสะสมเชื้อโรคที่อยู่ในพื้นเหล่านั้นไว้ ดังนั้น หากมีโอกาสควรล้างทำความสะอาดพื้นรองเท้าและชั้นวางรองเท้า เพื่อไม่ให้เป็นพื้นที่สะสมเชื้อและอาจจะแพร่ไปตามพื้นที่อื่นๆ ได้

2.ปลอกหมอน และผ้าปูที่นอน อาจจะคิดว่านอนหนุนหมอนและแค่พลิกไปพลิกมาอยู่บนเตียงทุกคืน ไม่สกปรกเท่าไหร่ แต่เหงื่อไคล รังแค เซลล์ผิวที่ตายแล้ว หรือขี้ไคลตามผิวหนัง แม้กระทั่งน้ำลายที่ไหลลงบนหมอน จะตกอยู่ที่ปลอกหมอนและผ้าปูนั่นแหละ ดังนั้น หากปล่อยไว้นานๆ ไม่ซักทำความสะอาด ก็จะเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคและแบคทีเรีย ถึงจะอาบน้ำก่อนเข้านอนไปก็เหมือนล้มตัวลงนอนบนกองเชื้อโรคอยู่ดี ดังนั้น ควรทำการซักปลอกหมอนและ ผ้าปูสัปดาห์ละครั้งเป็นอย่างน้อย

3.เมาส์-คีย์บอร์ด อาจเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคได้โดยไม่รู้ตัว เนื่องจากไม่มีใครนึกถึงการล้างมือก่อนทำงาน ซึ่งต่างจากการล้างมือก่อนกินอาหารที่จะระมัดระวังมากกว่า ดังนั้น เมื่อมือไปจับสิ่งของแล้วมาใช้งานเมาส์คีย์บอร์ด สิ่งที่ใกล้ตัวนี้จึงสะสมเชื้อโรคไว้มากมาย

วิธีทำความสะอาดง่ายๆ 1.ถอดสายอุปกรณ์ สำหรับอุปกรณ์ไร้สายให้นำแบตเตอรี่ออกก่อน 2.ใช้ผ้าหรือสำลีก้าน ชุบน้ำผสมสบู่ 3.เช็ดพื้นผิวภายนอกเมาส์ ระมัดระวังไม่ให้น้ำเข้าอุปกรณ์ 4.แป้นพิมพ์ใช้แปรงปัดเศษฝุ่นในซอกระหว่างปุ่มแล้วเช็ดทีละปุ่ม 5.ใช้ผ้าสะอาด หรือสำลีก้านเช็ดน้ำหมาดๆ แล้วนำไปเช็ดอีกครั้ง ระวังไม่ให้น้ำหยด

4.ถังขยะ อย่าคิดว่าถังขยะไม่ต้องทำความสะอาด เพราะนี่คือสาเหตุที่จะเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคชั้นดี จึงมีกลิ่นเหม็นและเป็นอันตรายต่อผู้สัมผัสถังขยะ สำหรับวิธีทำความสะอาด 1.สวมถุงมือก่อนทำความสะอาด 2.ผสมน้ำยาฟอกขาวความเข้มข้น 5% ใช้ 1.3 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 1 ลิตร ถ้าถังขยะขนาดใหญ่ให้ผสมเพิ่มตามสัดส่วน 3.เทน้ำยาที่ผสมไว้ล้างทำความสะอาดถังขยะให้ทั่ว 4.ใช้แปรงหรือฟองน้ำขัดให้สะอาด 5.ล้างน้ำเปล่าแล้วตากแดดผึ่งลมให้แห้งสนิทก่อนนำ มาใช้

ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ควรมีติดบ้าน

1.น้ำยาทำความสะอาดห้องน้ำ 2.น้ำยาฟอกขาว 3.น้ำยาทำความสะอาดอเนกประสงค์ 4.น้ำส้มสายชู 5.น้ำยาล้างจาน 6.น้ำยาถูกพื้น รู้หรือไม่ว่า น้ำส้มสายชู สารพัดประโยชน์ นอกจากเป็นเครื่องปรุงอาหารแล้ว ยังใช้ทำความสะอาดคราบสกปรกในบ้านได้อย่างดี เช่น ใช้เช็ดทำความสะอาดชากาแฟที่ติดถ้วย รอยไหม้บนเตารีด กำจัดคราบน้ำ คราบตะกรัน เหมาะสำหรับนำมาเช็ดกระจก แช่หัวก๊อกน้ำและฝักบัวที่อุดตัน รวมทั้งล้างคราบสกปรกติดแน่นในโถส้วม และกำจัดคราบราบนผ้าม่านอาบน้ำได้อีกด้วย วิธีทำความสะอาดของใช้ให้คงทน

เลือกใช้น้ำยาทำความสะอาดที่เหมาะสำหรับพื้นผิวของเครื่องใช้และเฟอร์นิเจอร์แต่ละประเภท หรือใช้สิ่งที่มีอยู่ในบ้านมาปรับใช้ได้ แต่ต้องระวังพื้นผิวจะเสียหาย เฟอร์นิเจอร์ไม้ พลาสติก ใช้ผ้าชุบน้ำผสมสบู่เช็ด แล้วเช็ดด้วยผ้าชุบน้ำให้สะอาดอีกครั้ง พื้นผิวโลหะ ให้ใช้ผ้าชุบแอลกอฮอล์ 70% เช็ดให้ทั่ว แล้วทิ้งไว้ให้แห้งการปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อม

1.เปิดประตู หน้าต่างให้อากาศถ่ายเทได้ดี จะช่วยลดการสะสมของเชื้อโรค ต่างจากบ้านที่ปิดประตู หน้าต่างและมีกลิ่นอับ

2.วางสบู่ ตามก๊อกน้ำหน้าบ้าน อ่างล้างจน ห้องน้ำ อ่างล้างมือ ก๊อกน้ำหลังบ้าน เพื่อให้สามารถล้างกับย้ำเพื่อทำความสะอาดมือได้ทุกครั้ง

3.เจลแอลกอฮอล์ หากเป็นไปได้ ให้วางไว้ที่ทางเข้าบ้าน ห้องรับแขก โต๊ะทำงาน โต๊ะกินข้าว สำหรับทำความสะอาดเวลาที่ไม่สามารถใช้สบู่ล้างมือได้

4.ราวตากผ้า ผ้าเช็ดมือกับผ้าเช็ดตัว แขวนตากแยกราวส่วนตัวไม่ปะปนกัน และให้วางอยู่ในตำแหน่งที่มีลมโกรกและแสงแดดส่องถึง

5.เก็บของให้เป็นระเบียบ เมื่อบ้านรกหรือวางของระเกะระกะ มักจะมีจุดที่มีความสะอาดไม่ทั่วถึง ฝุ่นเกาะเยอะ จึงกลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค การเก็บให้เป็นระเบียบ ช่วยให้ทำความสะอาดและรักษาความสะอาดง่าย ลดการสะสมของเชื้อโรค

6.อุปกรณ์ทำอาหาร ให้แยกเขียงและมีดสำหรับหั่นผักสดกับเนื้อสัตว์ออกจากกัน และแยกสำหรับหั่นอาหารดิบและอาหารสุกด้วย ส่วนภาชนะให้แยกสำหรับล้างและเตรียมวัตถุดิบของผักสดและเนื้อสัตว์ออกจากกัน ทั้งนี้ เนื้อสัตว์อาจมีเชื้อแบคทีเรียปนเปื้อนอยู่ ซึ่งกำจัดได้ด้วยการปรุงสุกด้วยความร้อน ดังนั้น ควรแยกภาชนะ เขียง และมีดสำหรับผักและเนื้อสัตว์ออกจากกัน บ้านไหนมีมีดและเขียงเพียงชุดเดียว ให้หั่นผักก่อน ล้างให้สะอาด แล้วจึงนำมาหั่นเนื้อสัตว์ต่อ

7.ถังขยะแยกประเภท เพื่อให้ง่ายต่อการจัดเก็บแยกไปรีไซเคิลและความปลอดภัยของพนักงานเก็บขยะ โดยแยกเป็น ถังขยะทั่วไป (สีน้ำเงิน) ถังขยะย่อยสลาย (สีเขียว) ถังขยะรีไซเคิล (สีเหลือง) ถังขยะอันตราย (สีแดง)

ยกการ์ดสูง ดูแลทำความสะอาด "บ้านวิถีใหม่" ลดเสี่ยงติดเชื้อ-ปลอดภัยโควิด

ดูแลผู้สูงอายุอย่างไร ในช่วง COVID-19

 

ดูแลผู้สูงอายุอย่างไร ในช่วง COVID-19 thaihealth

แฟ้มภาพ

จากสถิติของคนที่ได้รับเชื้อและมีอาการป่วย และตายในที่สุดจากสถิติของผ้ป่วยในทุกประเทศ พบว่า ผู้ได้รับเชื้อและป่วยที่อายุต่ำกว่า 60 ปี จะมีเปอร์เซ็นต์ต่ำกว่าผู้ป่วยที่มีอายุเกิน 60 ปี ยิ่งสูงกว่า 80 ปียิ่งมีอัตราการเจ็บป่วยมาก และตายมากกว่ากลุ่มอื่นๆ อาจพูดได้ว่าผู้สูงอายุ เป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อ ป่วย จะเสียชีวิตมากที่สุด ยิ่งมีอายุเกิน 70 ปียิ่งป่วยและเสียชีวิตมากกว่ากลุ่มที่มีอายุต่ำกว่ากว่ากลุ่มอายุ 60 ปีลงมา

เหตุผลที่ผู้สูงอายุ เป็นกลุ่มเสี่ยง ที่จะได้รับเชื้อ นั้น เนื่องจากอย่างที่เรามักจะทราบกันโดยทั่วไปแล้วว่า

1.ผู้สูงอายุ โดยทั่วไปมีภูมิคุ้มกันต่ำ ยิ่งสูงอายุมากเท่าไร ก็ยิ่งภูมิต่ำมาก ยกเว้นในกลุ่มที่สนใจสร้างสุขภาพ โดยการออกกำลังกายเป็นประจำ อย่างสม่ำเสมอ

2.ผู้สูงอายุมีโรคเรื้อรัง หลายๆโรคในคราวเดียวกัน เช่นโรคความดัน โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคเบาหวาน

3.ผู้สูงอายุมักป่วยเป็นโรคหัวใจ โรคปอด โรคหอบหืด โรคไต และมักจะมีเบาหวานร่วมด้วย ซึ่งทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนและจะเป็นปัญหามาก

 

ดังนั้นผู้สูงอายุจะใช้ชีวิตอย่างไร ในช่วงที่มีการระบาดของ โควิด19 จึงจะอยู่ได้อย่างปลอดภัย ไม่ไปติดต่อรับเชื้อจากบุคคลอื่น ผู้สูงอายุที่เป็นสมาชิกชมรมผู้สูงอายุ หรือเป็นนักเรียนโรงเรียนผู้สูงอายุ สิ่งที่ควรปฎิบัติ ในช่วงที่ยังมีการระบาด มีดังนี้

1.ให้ชมรมผู้สูงอายุและโรงเรียนผู้สูงอายุ หยุดทำกิจกรรม ที่มีการประชุมร่วมกันในห้องประชุม

2.ถ้าจำเป็นต้องไปพบปะผู้คน ให้ทิ้งระยะ ห่างจากคนที่เราจะพูดคุยด้วย ไม่น้อยกว่า 1-2 เมตร (Social distancing )

3.ไม่ควรโดยสารรถสาธารณะ ที่มีผู้คนมากมายปะปนอยู่ในรถ ที่ไม่ถ่ายเทของอากาศ   

4.เวลาออกนอกบ้าน ต้องใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้ง

5.พยายามหลีกเลี่ยงการออกไปสั่งสรรหรือพบปะ และหรือเล่นเกมส์ต่างๆ  เล่นหมากรุก หมากฮอส หรือเล่น กีฬา ที่คนมาร่วมกันอย่างใกล้ชิด

6.ทางที่ดีให้อยู่กับบ้าน ไม่ออกไปข้างนอก และใช้เวลาส่วนใหญ่ อ่านหนังสือ เขียนหนังสือ ติดตามข่าวสารบ้าง ออกกำลังกายในบ้าน โดยการเคลื่อนไหว เพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน

7.ทำในสิ่งที่เพลิดเพลิน ปลูกต้นไม้

8.ไม่ไปในที่ๆมีการชุมนุมของคนจำนวนมาก เช่น สนามม้า สนามมวย สนามกิฬาโรงหนัง

9.ไม่ไปรับประทานอาหารข้างนอก หรือในร้านอาหาร

10.หมั่นล้างมือบ่อยๆทุกครั้งที่ ไปจับหรือแตะสี่งของที่มีผู้จับบ่อยๆ เช่นปุ่มลืป ลุกบิดประตู

11.เวลารับประทานอาหาร ให้ใช้ช้อนกลางของใครของมัน หรือสำรับใครสำรับมัน

สิ่งที่เป็นอันตรายสำหรับ ผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อ โควิด19 โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ก็คือ เมื่อเชื้อเข้าสู่หลอดลม มันจะเข้าไปค่อยๆทำลายปอดทีละน้อย และทำให้เกิด สภาพของปอดอักเสบในระยะแรก จนขยายไปเป็นพังผืด ซึ่งทำให้เป็นสาเหตุของการตายในที่สุดโดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีภูมิคุ้มกันต่ำจะเสี่ยงมาก

ศัลยกรรมตกแต่งดูดไขมัน - คุณเป็นผู้สมัครที่มีศักยภาพหรือไม่?

การดูดไขมันเป็นขั้นตอนการทำศัลยกรรมที่ได้รับความนิยมและสามารถช่วยคุณได้ เอาออก 8 ถึง 10 ปอนด์ออกจากร่างกายดูว่าคุณสบายดีไหม ผู้สมัครทำศัลย...